เสน่ห์แห่งความงามในวัฒนธรรมจีนโบราณ จากหน้าจอซีรีส์สู่ร่องรอยความงามในประวัติศาสตร์
Categories: sclc-ชีพจรจีนคอลัมน์ออนไลน์ "ชีพจรจีน" ประจำเดือนตุลาคม 2568
เรื่อง เสน่ห์แห่งความงามในวัฒนธรรมจีนโบราณ จากหน้าจอซีรีส์สู่ร่องรอยความงามในประวัติศาสตร์
โดย อาจารย์เดือนเพ็ญ อริยะทรัพย์วัฒนา (อาจารย์ประจำสำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง)

ในยุคที่กระแสวัฒนธรรมจีนกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาสนใจศิลปะการแต่งกาย เครื่องประดับ และเครื่องสำอางโบราณของจีนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจาก ซีรีส์ย้อนยุค หรือ ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทอดบรรยากาศและความงามของราชวงศ์ถัง ได้อย่างมีชีวิตชีวา อาทิ ใต้แสงจันทร์วันหวนคืน子夜归 งามบุปผาสกุณา国色芳华และ กระวานน้อยแรกรัก韶华若锦เป็นต้น ซึ่งแต่ละเรื่องต่างสะท้อนเอกลักษณ์ของ ความงามแบบจีน ในราชวงศ์ถังได้อย่างน่าประทับใจ
สำหรับฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้ชมที่หลงใหลในเสน่ห์ของซีรีส์จีนย้อนยุค โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงผมและศิลปะแห่งการแต่งหน้าของสตรีจีนในสมัยโบราณ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและความหมายเชิงวัฒนธรรม เคยสงสัยไหมว่า ลวดลายที่วาดไว้บนใบหน้า ของหญิงสาวในจอซีรีส์นั้น เรียกว่าอะไรในภาษาจีน? และทำไมพวกเธอจึงต้องวาดลายเหล่านั้นไว้บนใบหน้า? หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าหญิงงามในบางเรื่องมักมี จุดสีแดงเล็ก ๆ บนหน้าผาก หรือแต้มสีแดงกลมๆ สองจุดบริเวณแก้มใกล้มุมปาก ซึ่งไม่ใช่เพียงการประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นศิลปะแห่งความงามที่สะท้อนรสนิยม ความเชื่อ และค่านิยมของสตรีในแต่ละยุคสมัย โดยเฉพาะในราชวงศ์ถังซึ่งถือเป็นยุคทองของศิลปะและความงาม
เมื่อพูดถึงความงามแบบจีนโบราณ หลายคนคงนึกถึงยุคราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618–907) ซึ่งเป็นยุคที่ศิลปะและวัฒนธรรมจีนรุ่งเรืองถึงขีดสุด การแต่งหน้าในยุคถังมีขั้นตอนละเอียดซับซ้อน และแต่ละขั้นตอนล้วนมีชื่อเรียกเฉพาะ เช่น ทารองพื้น(敷铅粉) ใช้แป้งสีขาวทาให้ผิวขาวนวล ปัดแก้มแดง(抹胭脂) คือการทาสีแดงหรือชมพูบริเวณพวงแก้ม เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ใบหน้า วาดคิ้ว(画黛眉)ใช้หมึกหรือผงถ่านวาดคิ้ว ดินสอที่ใช้เขียนคิ้วเรียกว่าหลัวจึไต้(螺子黛)ทาลิป(点口脂)คือการทาสีแดงบนริมฝีปากให้เล็กเรียว ชัดเจน คล้ายกลีบดอกไม้ แต้มลักยิ้ม(点面靥)คือการวาดจุดสีแดงเล็ก ๆ บริเวณแก้มใกล้มุมปากเพื่อเพิ่มเสน่ห์บนใบหน้า ติดดอกไม้ประดับหน้าผากใช้ทองคำ(贴花钿)คือการนำเปลือกหอย หรือสีแต้มเป็นลวดลายเล็ก ๆ บนหน้าผาก
หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า องค์ประกอบการแต่งหน้าในสมัยถังปรากฏอยู่ในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง และกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ถึงขั้นที่มีหลายคนลองแต่งตามกันทั่วโซเชียล วันนี้ฉันจึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับเสน่ห์แห่งความงามแบบสาวถัง ผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญที่โดดเด่นและน่าหลงใหล ฮฺวาเตี้ยน(花钿) เสียหง(斜红) เหมี้ยนเย่(面靥)
ฮฺวาเตี้ยน “花钿”ไขความลับเครื่องประดับหน้าผาก
หากคุณเคยชมซีรีส์จีนโบราณ เคยสงสัยไหมว่า เครื่องประดับเล็ก ๆ ที่แต่งแต้มอยู่บนหน้าผากของเหล่านางเอกนั้นคืออะไร? วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับฮฺวาเตี้ยน(花钿)ศิลปะแห่งความงามที่ซ่อนอยู่บนหน้าผากของสตรีจีนในยุคโบราณ ฮวาเตี้ยนคือเครื่องประดับขนาดเล็กและประณีต มักทำจากกระดาษทอง เปลือกหอย หรือวัสดุแวววาวอื่น ๆ ใช้ติดหรือประทับไว้บริเวณหน้าผาก ว่ากันว่ามีองค์หญิงพระองค์หนึ่งเผลอหลับในห้องใต้หลังคาของพระราชวัง ขณะนั้นกลีบดอกเหมยสีสดพลันปลิวตามลมเข้ามาตกลงบนหน้าผากของนาง หลายวันผ่านไป กลีบดอกเหมยนั้นไม่หลุดออก กลับยิ่งเพิ่มความงดงามให้แก่องค์หญิงจนผู้คนพากันชื่นชม บรรดาสตรีในวังเห็นดังนั้นจึงพากันเลียนแบบ และกลายเป็นแฟชั่นใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในราชสำนัก สตรีในยุคนั้นมิได้ประดับเพียงบริเวณหน้าผากเท่านั้น แต่ยังตกแต่งที่ขมับหรือหว่างคิ้ว เพื่อเพิ่มเสน่ห์และความสง่างามเฉพาะตน
เหมี้ยนเย่“面靥” ลักยิ้มแดงเสน่ห์ความงาม
เคยสงสัยไหมว่าทำไมสาวงามในภาพวาดหรือซีรีส์จีนโบราณ ถึงมีจุดแดงเล็ก ๆ ที่แก้มข้างลักยิ้ม? วันนี้เราจะมาไขความลับของเครื่องสำอางชื่อน่ารักว่า เหมี้ยนเย่ (面靥) หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าลักยิ้มแดง ! จุดแดงเล็กๆ ที่เริ่มจากเรื่องไม่เล็ก! ในยุคเริ่มแรก จุดแดงนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “รหัสลับ” ของหญิงงามในวังหลวงเลยทีเดียว เล่ากันว่าสนมในวังจะแต้มจุดแดงนี้บนแก้มในช่วงที่มีประจำเดือน เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่าอยู่ในช่วงที่ไม่ต้องเข้าเฝ้าจักรพรรดิ ต่อมาเมื่อสตรีในวังพบว่าจุดแดงนั้นช่วยขับให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและมีเสน่ห์มากขึ้น จึงค่อยๆ กลายเป็นเทรนด์ความงามที่แพร่หลายในหมู่หญิงสาวทั่วไป เหมี้ยนเย่หรือลักยิ้มแดงจากสัญญาณง่าย ๆ ในวังหลวง กลับกลายเป็นวิวัฒนาการศิลปะการแต่งหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีเสน่ห์ของสตรีในราชวงศ์ถัง
เสียหง “斜红”ความงามจากรอยแดงแห่งรุ่งอรุณ
อีกหนึ่งเทรนด์การแต่งหน้าที่น่าหลงใหลของสตรีจีนโบราณคือ เสี่ยวเสียจวง(晓霞妆)ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากเรื่องราวในวังหลวง เล่ากันว่า มีนางสนมชื่อเซฺวเย่ไหล(薛夜来)วันหนึ่งเธอเดินชนฉากกั้นจนเกิดรอยแดงบนแก้ม ทว่ารอยนั้นกลับดูงดงามราวกับแสงอรุณยามรุ่ง พระจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นเข้าก็ทรงพอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จากอุบัติเหตุเล็ก ๆ นี้ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าสตรีในวังพากันเลียนแบบ โดยแต่งแต้มสีแดงระเรื่อบนแก้มให้คล้ายรอยนั้น จนกลายเป็นเทรนด์ความงามที่โด่งดังในราชสำนัก ต่อมาเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่านมาถึงราชวงศ์ถัง รูปแบบการแต่งหน้าดังกล่าวได้รับการปรับแต่งให้ประณีตยิ่งขึ้น รอยแดงบนแก้มถูกลากเฉียงขึ้นไปถึงขมับ และถูกเรียกชื่อใหม่ว่า เสียหง(斜红)
ดังนั้นศิลปะแห่งความงามของหญิงจีนโบราณไม่ได้เป็นเพียงการประดับใบหน้า หากแต่คือภาษาทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าความคิด ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของผู้หญิงในแต่ละยุคสมัย ผ่านเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย ก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของสังคม ประวัติศาสตร์ และค่านิยมได้อย่างลึกซึ้ง ความงามแบบจีนโบราณ จึงมิใช่เพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่คือศิลปะที่ผสานทั้ง ความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งความงาม ความงามที่ยังคงเปล่งประกายจากอดีต สู่ปัจจุบัน บนหน้าจอและในหัวใจของผู้คนทั่วโลก
รายการอ้างอิง
Baidubaike. (n.d.). Huadian[Flower ornaments]. https://baike.baidu.com/item/%E8%8A%B1%E9%92%BF/9398273
Baidubaike. (n.d.). Mianye[facial features]. https://baike.baidu.com/item/%E9%9D%A2%E9%9D%A5/5025299
Baidubaike. (n.d.). Tang Zhuang[Tang makeup]. https://baike.baidu.com/item/%E5%94%90%E5%A6%86/6007486
Baidubaike. (n.d.). Xiaoxia Zhuang[Xiaoxia makeup]. https://baike.baidu.com/.../%E6%99%93%E9%9C%9E%E5.../5339246
- 9