“ชิป AI จีนผงาด” จากสงครามการค้าสู่ยุทธศาสตร์พึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศ“
Categories: sclc-ชีพจรจีนคอลัมน์ออนไลน์ "ชีพจรจีน" ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568
เรื่อง “ชิป AI จีนผงาด” จากสงครามการค้าสู่ยุทธศาสตร์พึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศ
โดย ว่าที่ร้อยตรีหญิงกานต์สินี รอดเลี้ยง (อาจารย์ประจำสำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง)

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หรือที่ทราบโดยทั่วไปว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญใน “อุตสาหกรรมชิป” อันเป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยีสมัยใหม่ในแทบทุกมิติ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ และยานยนต์อัจฉริยะ ชิปเปรียบเสมือนสมองของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผู้ผลิต จึงกล่าวได้ว่า การควบคุมเทคโนโลยีด้านนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์
ในช่วง 5–10 ปีที่ผ่านมา จีนได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมชิปของตนเองอย่างจริงจัง ภายใต้แรงกดดันจากการพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศและข้อจำกัดทางเทคโนโลยี จีนได้กำหนดให้อุตสาหกรรมนี้เป็นหนึ่งใน “อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งชาติ” เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีและลดการพึ่งพาประเทศตะวันตก กระบวนการพัฒนาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงทั้งความก้าวหน้าและความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมชิปของจีนอย่างเป็นระบบต้องเล่าย้อนไปปี 2015 ที่รัฐบาลจีนประกาศนโยบาย “Made in China 2025” อันมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของจีนให้เปลี่ยนจาก "โรงงานโลก" ที่เน้นปริมาณการผลิตจำนวนมาก ไปสู่การเป็น "แหล่งผลิตสินค้านวัตกรรมของโลก" ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและคุณภาพที่สูงขึ้น แน่นอนว่าการจะพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น “ชิป” ต่อมารัฐบาลจีนจึงได้จัดตั้ง “National Integrated Circuit Industry Investment Fund” หรือที่รู้จักกันในชื่อ Big Fund เพื่อสนับสนุนเงินทุนและการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในบริษัทท้องถิ่น ประกอบกับผลจากแรงผลักดันภายในและแรงกดดันภายนอก โดยเฉพาะจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2018 อันเป็นเหตุที่ผลักดันให้จีนต้องหันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น
สหรัฐเริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน โดยเฉพาะ Huawei และ Semiconductor Manufacturing International Corporation, SMIC(中芯国际) ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญของอุตสาหกรรมชิปของจีน ในปี 2019 รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำ Huawei โดยห้ามบริษัทอเมริกันจำหน่ายซอฟต์แวร์และชิ้นส่วนสำคัญให้ ส่งผลให้ Huawei ไม่สามารถใช้บริการจาก Google และเข้าถึงเทคโนโลยีออกแบบชิปจากบริษัทต่างชาติได้ ขณะเดียวกัน SMIC ก็ถูกจำกัดการเข้าถึงเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงจากบริษัท ASML (บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์เก่าแก่ของเนเธอร์แลนด์) และซัพพลายเออร์ในสหรัฐ ทำให้กระบวนการผลิตระดับต่ำกว่า 10 นาโนเมตรต้องหยุดชะงักลง
การคว่ำบาตรเหล่านี้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่ออุตสาหกรรมการผลิตชิปของจีน และยังเป็นไฟต์บังคับที่ทำให้จีนต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างจริงจัง รัฐบาลจีนจึงออกประกาศนโยบายยืนด้วยลำแข้งตัวเอง “科技自立自强” เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งพาตะวันตกในระยะยาว ภายใต้นโยบายนี้ จีนได้จัดตั้ง “National Integrated Circuit Industry Investment Fund” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Big Fund เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการผลิตชิปในประเทศ รวมถึงขยายความร่วมมือสู่ มหาวิทยาลัยและภาคเอกชน แม้ว่าจีนจะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่อุตสาหกรรมชิปยังต้องเผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้างหลายประการ และปัญหาหลักคือ การขาดเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง โดยเฉพาะเครื่องผลิตชิปที่ตอนนี้ถูกผูกขาดโดยบริษัท ASML และอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ ขาดความสามารถในการออกแบบชิปขั้นสูงและซอฟต์แวร์สนับสนุน เพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่ถาถโมเข้ามา จีนออกกลยุทธ์หลายอย่างทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ
ประการแรกคือ การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลและบริษัทเอกชนได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อสร้างนวัตกรรมและปรับปรุงกระบวนการผลิตในประเทศ ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนระบุว่า การลงทุนในภาคเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 ต่อปีในช่วงห้าปีที่ผ่านมา
ประการที่สองคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งของจีนได้เปิดหลักสูตรเฉพาะทางด้านการออกแบบวงจรรวม เพื่อผลิตวิศวกรและนักวิจัยรุ่นใหม่ให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด
ประการที่สามคือ การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ จีนหันไปสร้างพันธมิตรกับ มาเลเซีย สิงคโปร์ และรัสเซีย เพื่อกระจายความเสี่ยงทางห่วงโซ่อุปทานและลดการพึ่งพาประเทศตะวันตก ขณะเดียวกัน จีนยังมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีในตลาดเฉพาะ เช่น ชิปสำหรับ AI ระบบคลาวด์ และรถยนต์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดการณ์ว่ามีศักยภาพสูงและจะมีตลาดเพิ่มขึ้นในอีก 5–10 ปีข้างหน้า
ล่าสุด มีรายงานจากสำนักข่าว Reuters ว่า รัฐบาลจีนมีคำสั่งให้ศูนย์ข้อมูลที่ได้รับเงินทุนจากรัฐ (state-funded data centres) ว่า โครงการใหม่ซึ่งอยู่ในช่วงก่อสร้างน้อยกว่า 30% ต้องใช้ชิปประมวลผล AI ที่ผลิตภายในประเทศจีนเท่านั้น ถ้าติดตั้งชิปต่างประเทศไปแล้ว จะต้องถูกถอดออกหรือยกเลิกการสั่งซื้อทันที ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือ บริษัทชิปต่างประเทศรายใหญ่อย่าง NVIDIA AMD และ Intel ถูกกีดกันจากจีนโดยตรง ขณะเดียวกัน Huawei และบริษัทสัญชาติจีนอื่น ๆ จะได้รับโอกาสมากขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านซอฟต์แวร์ระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ยังแข็งแกร่งของชิปต่างประเทศ
การพัฒนาอุตสาหกรรมชิปของจีนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการดำเนินยุทธศาสตร์เทคโนโลยีระดับชาติ จีนได้ก้าวจากการเป็น “ผู้ตาม” มาสู่ “ผู้นำ” กลายมาเป็นผู้สร้างระบบอุตสาหกรรมของตนเอง และแม้ว่ายังมีข้อจำกัดในด้านเทคโนโลยีระดับสูง แต่ความสามารถในการผลิตชิประดับกลางและการพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกช่วยลดช่องว่างระหว่างจีนกับมหาอำนาจทางเทคโนโลยีอื่นๆ ได้อย่างมาก
ในเชิงเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมชิปไม่เพียงเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโต แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางเทคโนโลยีและอธิปไตยทางดิจิทัลของจีน พูดง่ายๆ ว่า “สงครามชิป” ในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้แข่งขันกันแค่ด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นการแข่งขันเพื่อกำหนดอนาคตของนวัตกรรมและความเป็นผู้นำในโลกเทคโนโลยีอีกด้วย จีนอาจยังไม่ใช่ผู้ชนะในวันนี้ แต่แนวทางการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีที่กำลังดำเนินอยู่ได้วางรากฐานสำคัญสำหรับความก้าวหน้าในทศวรรษต่อไป เราคงต้องตามดูกันต่อไปว่าอุตสาหกรรมชิปจีนจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหนในตลาดโลก
รายการอ้างอิง
1. ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ. (2568, 3 กันยายน). SMIC หัวใจชิปของจีน โอกาสลงทุนผ่าน DR SMIC23. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. https://www.setinvestnow.com/.../700-tsi-smic-chinas-chip...
2. รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี. (2568, 15 เมษายน). ความสามารถการผลิตชิปของจีนอยู่จุดไหนในตลาดโลก |รอบโลก Daily 14/04/2025. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=JWdfbZaaaF4&t=171s
3. ลงทุนแมน. (2568, 9 เมษายน). SMIC ผู้ผลิตชิปขั้นสูง เพียงหนึ่งเดียวของจีน ที่สหรัฐฯ เพ่งเล็งเป็นพิเศษ. https://www.facebook.com/longtunman/posts/pfbid0Kq7LuHfVsYhSHU9hpqc19WDc6foqyTDA8S6KgfJSL5QmPcBYpNDYmEnqRpvYgqYjl?__cft__ [0]=AZXj_3dScJO9FtQG‑d…
4. M Report. (2567, 20 สิงหาคม). สงครามชิป จีนตามหลังผู้นำโลกด้านการผลิตชิปชั้นสูงถึง 5 ปี. M Report. https://www.mreport.co.th/.../110-chip-war-china-5-years...
5. Reuters. (2568, 5 พฤศจิกายน). China bans foreign AI chips from state funded data centres, sources say. Reuters. https://www.reuters.com/.../china-bans-foreign-ai-chips.../
6. TNN. (2568, 15 เมษายน). “จีน” ถอดชิป AI ต่างชาติ สั่ง “Data Center” พึ่งชิปผลิตในประเทศ | TNN ชั่วโมงทำเงิน | 06-11-68. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=JWdfbZaaaF4
- 15