เศรษฐกิจสร้างสรรค์จีนกับบทบาทการเป็นแหล่งนวัตกรรมของโลก
Categories: sclc-ชีพจรจีนคอลัมน์ออนไลน์ "ชีพจรจีน" ประจำเดือนธันวาคม 2568
เรื่อง เศรษฐกิจสร้างสรรค์จีนกับบทบาทการเป็นแหล่งนวัตกรรมของโลก
โดย อาจารย์ ดร. บัณฑิตา ภัทรวิชญ์กุล (อาจารย์ประจำสำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง)

ในศตวรรษที่ 21 เศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนผ่านจากยุคอุตสาหกรรมสู่ยุคแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ประเทศจีนซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากการผลิตเชิงปริมาณสู่การสร้างมูลค่าจากความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้แนวคิด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy” (创意经济) กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างบทบาทของจีนในฐานะแหล่งนวัตกรรมของโลก
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นกระบวนการนำความคิดสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ (ชูเกียรติ ชัยบุญศรี เบญจพร ทองขาว อรทัย ทองตัน และพิมพ์ชนก แย้มสงค์, 2568) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจีนเกิดจากการบูรณาการระหว่างวัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยรัฐบาลจีนกำหนดและดำเนินนโยบายหลายประการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาดังกล่าว เช่น นโยบาย “Made in China 2025” (中国制造2025) ที่มุ่งเปลี่ยนจีนจากฐานการผลิตราคาถูกไปสู่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงนโยบาย “Internet Plus” (互联网+) ที่ส่งเสริมการผสมผสานระหว่างอุตสาหกรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (物联网) ปัญญาประดิษฐ์ (人工智能) บิ๊กดาต้า (大数据) และเทคโนโลยีคลาวด์ (云计算) เพื่อสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และคุณค่าเชิงนวัตกรรม โดยอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด อาทิ
1. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล จีนมีบริษัทเทคโนโลยีสำคัญอย่าง Baidu (百度) Alibaba (阿里巴巴) Tencent (腾讯) Xiaomi (小米) ที่เป็นยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีเดิม เรียกรวมว่า กลุ่ม BATX ซึ่งเปรียบได้กับ บริษัท Google Amazon Meta (Facebook) และ Apple ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีสายเลือดใหม่อย่าง Huawei (华为) ByteDance (字节跳动) ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากรัฐบาล มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศ โดยผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทเหล่านี้ เช่น WeChat (微信) TikTok (抖音) Alipay (支付宝) Xiaohongshu (小红书) ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมจีนที่มีอิทธิพลในระดับนานาชาติ ทั้งในด้านการสื่อสาร การค้าดิจิทัล และระบบการเงินออนไลน์
2. อุตสาหกรรมเกมออนไลน์และอีสปอร์ต จีนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมเกมของโลก ด้วยมีพื้นที่ทางการตลาดที่ใหญ่ที่สุด มีจำนวนผู้เล่นและจำนวนผู้ชมมากที่สุด และเป็นที่ตั้งของบริษัทเกมขนาดใหญ่หลายแห่ง (กุลชา ปรีดาศักดิ์, 2566) บริษัทเกมอย่าง Tencent Games ได้ผลิตเกม Honor of Kings (王者荣耀) ที่สอดแทรกความเป็นจีนผ่านตัวละคร เนื้อเรื่อง และองค์ประกอบทางวัฒนธรรม ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ และเป็นต้นแบบของเกมมือถือแนว MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) ยอดนิยมอย่าง Arena of Valor (RoV) เป็นเกมต่อสู้แบบผู้เล่นหลายคนที่มีเป้าหมายเพื่อทำลายฐานศัตรู นอกจากสร้างรายได้จำนวนมหาศาลแล้ว ยังเป็นเวทีแสดงศักยภาพของนักพัฒนาและศิลปินรุ่นใหม่ของจีนอีกด้วย
จากข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังขยายบทบาทจากผู้ตามไปสู่ผู้นำทางนวัตกรรม จีนมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา โดยติดอันดับต้น ๆ ของโลกในจำนวนสิทธิบัตรและการตีพิมพ์งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตามรายงานของสมุดปกขาวอุตสาหกรรมนาโนเทคโนโลยีของจีน ค.ศ. 2025 (White Paper: China Nanotechnology Industry 2025) ระบุว่า ระหว่าง พ.ศ. 2543 ถึง 2568 มีการอนุมัติสิทธิบัตรนาโนเทคโนโลยีมากกว่า 1.07 ล้านฉบับทั่วโลก จีนครองส่วนแบ่ง 464,000 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 43 ของจำนวนสิทธิบัตรนาโนเทคโนโลยีที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดทั่วโลก ครองอันดับหนึ่งของโลก (People's Daily Online, 2568) นอกจากนี้ จีนยังจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมระหว่างประเทศกับเขตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในเมืองต่าง ๆ เช่น เซินเจิ้น ซูโจว ปักกิ่ง หางโจว เซี่ยงไฮ้ ซึ่งช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมกับนานาประเทศ เช่น ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลกับสิงคโปร์และฟินแลนด์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI ระบบคลาวด์ และนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ ความร่วมมือทางวัฒนธรรมกับประเทศในอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปะ สื่อสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจวัฒนธรรม
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจีนจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นอำนาจอ่อน (Soft Power) ที่ช่วยขยายอิทธิพลและส่งเสริมภาพลักษณ์ของจีนในระดับภูมิภาคและระดับโลก การผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับวัฒนธรรม ทำให้จีนกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มีอิทธิพลต่อทิศทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับโลกในอนาคต จีนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงงานของโลกเหมือนในอดีตอีกต่อไป หากแต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ทรงอิทธิพลในเวทีโลก
รายการอ้างอิง
กุลชา ปรีดาศักดิ์. (2566). แนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต (Esports) ไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/.../TU_2023...
ชูเกียรติ ชัยบุญศรี เบญจพร ทองขาว อรทัย ทองตัน และพิมพ์ชนก แย้มสงค์. (2568). Creative Economy แนวทางเพิ่มศักยภาพธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่. BOT. https://www.bot.or.th/.../2025-rl-01-creative-economy.pdf
Dave Tach. (2568, 30 กันยายน). TiMi ทำให้ Honor of Kings กลายเป็นเกมมือถือ MOBA ที่มีผู้เล่นมากที่สุดในโลกได้อย่างไร. Epic Games. https://store.epicgames.com/.../how-timi-makes-honor-of...
K AEC PLUS. (2568, 11 มีนาคม). 4 บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของจีน. Facebook. https://www.facebook.com/photo/?fbid=1073212101512158&set=a.557454873087886
People's Daily Online. (2568, 2 กันยายน). รายงานสมุดปกขาวระบุ สิทธิบัตรนาโนเทคโนโลยีของจีนครองอันดับหนึ่งของโลก. http://www.thai.people.cn/n3/2025/0902/c517535-20361052.html
- 20