สำนวนที่สะท้อนความเชื่อเรื่องการแต่งงานในสังคมจีนโบราณ

Categories: sclc-ชีพจรจีน

คอลัมน์ออนไลน์ "ชีพจรจีน" ประจำเดือนธันวาคม 2568

เรื่อง สำนวนที่สะท้อนความเชื่อเรื่องการแต่งงานในสังคมจีนโบราณ

โดย อาจารย์ ดร.อาภรณ์ ถิรกันต์ (อาจารย์ประจำสำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง)

            ความเชื่อเรื่องการแต่งงานในสังคมจีนโบราณ การแต่งงานในสังคมจีนโบราณถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งของชีวิตมนุษย์ การแต่งงานมิใช่เพียงเรื่องความรักหรือความต้องการส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่อง “ใหญ่ระดับตระกูล” ที่เกี่ยวข้องทั้งโชคลาง วัฒนธรรม ความเชื่อด้านศาสนา ขนบธรรมเนียม และโครงสร้างของสังคมอย่างลึกซึ้ง ชาวจีนจึงมีความเชื่อ คำสอน และพิธีการจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการเลือกคู่ครอง การประกอบพิธี และการสร้างครอบครัวใหม่ โดยมีทั้งคติที่ให้คุณค่าแก่ความเป็นสิริมงคล การกำหนดชะตาจากสวรรค์ บทบาทของบิดามารดาในฐานะผู้จัดการชีวิตลูก และข้อห้ามต่าง ๆ อันเกิดจากค่านิยมทางสังคม

            หนึ่งในความเชื่อสำคัญคือ “การดูฤกษ์งามยามดี” ซึ่งถูกมองว่าเป็นพื้นฐานก่อนเริ่มต้นชีวิตคู่ การแต่งงานต้องพิจารณาวันดี วันร้ายอย่างละเอียด เพื่อให้ชีวิตคู่มีความราบรื่นและนำพาความโชคดีมาสู่ทั้งสองฝ่าย โดยสำนวนที่สะท้อนการพิจารณาวันดีวันร้ายเพื่อดูฤกษ์ในการแต่งงานเช่น เช่น “黄道吉日”(Huánɡdào jírì) ซึ่งแปลว่า “วันมงคลตามลิขิตแห่งฟ้า” และ“吉日良辰”(Jírì liánɡchén)แปลว่า “วันดีเวลาเหมาะ” ใช้เพื่อบ่งบอกการเลือกวันแต่งงานที่ถูกคำนวณด้วยหลักโหราศาสตร์จีน ส่วนคำอวยพรอย่าง “五世其昌”(Wǔ shì qí chānɡ)ที่หมายถึง “ให้เจริญรุ่งเรืองห้าชั่วคน” แสดงให้เห็นว่าคนจีนเชื่อว่าการแต่งงานที่ดีจะส่งผลถึงลูกหลานในอนาคต เป็นการสร้างความมั่นคงให้ตระกูลอย่างต่อเนื่อง

            นอกจากฤกษ์ยามแล้ว ความเชื่อเรื่อง “พรหมลิขิต” ก็มีบทบาทโดดเด่น โดยคนจีนโบราณมองว่า การแต่งงานไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่ “สวรรค์จัดสรร” ดังปรากฏในสำนวน “天作之合”(Tiānzuò zhī hé) แปลว่า “คู่ที่สวรรค์สร้าง” และ“天缘凑合”(Tiān yuán còuhé) ที่หมายถึง “คู่บุพเพสันนิวาสจากฟากฟ้า” โดยความเชื่อนี้ยังผูกเข้ากับตำนาน “ด้ายแดง” ซึ่งสะท้อนผ่านสำนวน“红丝暗系”(Hónɡ sī àn xì)ที่แปลว่า “แอบผูกด้ายแดง” หมายถึงคู่แท้ที่ถูกเชื่อมไว้ตั้งแต่เกิด แม้จะอยู่ห่างกันเพียงใดก็จะได้พบและคู่กันตามโชคชะตา ความเชื่อเหล่านี้ทำให้คนจีนโบราณให้ความสำคัญในเรื่องของการพบกัน และให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่ตีความได้ว่าเป็นลางบอกเหตุของความรัก

            ในอีกด้านหนึ่ง สังคมจีนโบราณเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและให้ความสำคัญในอำนาจการตัดสินใจเลือกคู่ครองให้บุตรอย่างชัดเจน จึงเกิดความเชื่อที่ว่า “การแต่งงานต้องเป็นไปตามคำสั่งของบิดามารดา” หรือที่เรียกว่า “父母之命”(Fùmǔ zhī mìnɡ) แปลว่า พ่อแม่มักเป็นผู้ตัดสินใจแทนลูก ตั้งแต่การคัดเลือกคู่ครองไปจนถึงการกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการเข้าพิธี บางครั้งคู่แต่งงานอาจถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก อย่างในสำนวน “指腹为婚”(Zhǐ fù wéi hūn) แปลว่า “หมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์” และสำนวน “指腹割衿”(Zhǐ fù ɡē jīn )แปลว่า “หมั้นตั้งแต่ในครรภ์มารดาและตัดปกเสื้อเป็นสัญญา” สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความเชื่อว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของปัจเจก แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และความมั่นคงของครอบครัวเป็นหลัก พิธีแต่งงานที่สมบูรณ์ในแบบจีนโบราณต้องเป็นไปตามธรรมเนียม โดยตัวอย่างสำนวนที่แสดงถึงการแต่งงานที่ต้องเป็นไปตามธรรมเนียม เช่น สำนวน“明媒正娶”(Mínɡméizhènɡqǔ) แปลว่า “แต่งงานโดยวิธีที่ถูกต้องและเปิดเผย” ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการที่มีแม่สื่อและขั้นตอนทางพิธีการครบถ้วน แนวคิดนี้แสดงผ่านคำว่า“三媒六证”(Sān méi liù zhènɡ)หมายถึง “แม่สื่อสามคนและหลักฐานหกประการ” แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันและความสำคัญของการแต่งงานที่ต้องได้รับการรับรองจากสังคม

            นอกจากความเชื่อเชิงบวกแล้วยังมีการกำหนดข้อห้ามและค่านิยมที่สังคมจีนยึดถือ เช่น การห้ามแต่งงานที่ขัดต่อจารีตประเพณี รวมถึงการห้ามการแต่งงานของเพศเดียวกัน อย่างใน สำนวน“二姓之好”(Èr xìnɡ zhī hǎo)แปลว่า “ความสัมพันธ์อันดีของสองตระกูล” สะท้อนแนวคิดว่าการแต่งงานคือการเชื่อมความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างสองฝ่าย ขณะที่สำนวน“秦晋之好”(Qínjìn zhī hǎo)ซึ่งเปรียบจากประวัติศาสตร์รัฐฉินและรัฐจิ้น หมายถึงการแต่งงานที่สร้างพันธมิตรระหว่างตระกูลใหญ่ ความหมายนี้สื่อให้เห็นว่าการแต่งงานในจีนโบราณยังมีมิติทางการเมืองและผลประโยชน์ทางสังคมแฝงอยู่อย่างเข้มข้น

            อีกประเด็นสำคัญคือค่านิยมเกี่ยวกับ “ความเหมาะสมของคู่สมรส” สำนวนอย่าง“门当户对” แปลว่า “ประตูและบ้านเหมาะสมกัน” ในที่นี้หมายถึงฐานะของทั้งสองบ้านมีความเหมาะสมกัน เป็นมาตรฐานสำคัญที่ครอบครัวใช้ตัดสินว่าเหมาะสมจะแต่งงานกันหรือไม่ หากคู่ชายหญิงมีฐานะ สถานะ หรือระดับสังคมใกล้เคียงกัน ก็จะถือว่าเหมาะสมและมีโอกาสใช้ชีวิตคู่ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมี สำนวน“亲上成亲” แปลว่า “ญาติเพิ่มความเป็นญาติ” ก็สะท้อนการสนับสนุนให้แต่งงานภายในเครือญาติหรือระหว่างครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เพื่อรักษาผลประโยชน์และความมั่นคงของตระกูล ส่วนสำนวน“小家碧玉” แปลว่า “หยกงามจากบ้านเล็ก” หยกงามในที่นี้ใช้เปรียบกับหญิงสาว เป็นการใช้บรรยายหญิงสาวจากครอบครัวฐานะธรรมดาแต่มีความงดงาม อ่อนหวาน และกิริยางามซึ่งมักเป็นแบบฉบับของหญิงที่เหมาะสมสำหรับการแต่งงานตามมุมมองของสังคมดั้งเดิม

            กล่าวโดยสรุป ความเชื่อเรื่องการแต่งงานในสังคมจีนโบราณเป็นภาพสะท้อนของสังคมที่ให้คุณค่ากับตระกูล ความมั่นคง และความกลมเกลียวของชุมชน มากกว่าจะเน้นความรักของคนสองคน แม้สังคมจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ความเชื่อ วลี และสำนวนเหล่านี้ก็ยังคงถูกกล่าวถึงและปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมร่วมสมัย ทั้งในพิธีแต่งงาน การอวยพร และค่านิยมด้านครอบครัว ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาหลายพันปีได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น

รายการอ้างอิง

刘振平.(2012).《汉语成语与中国婚姻爱情文化》. 世界图书出版公司北京公司.

商务印书馆辞书研究中心.(2015).《新华成语词典 (第2版)》.商务印书馆.

  • 25