ไฉนบัตรประชาชนของชาวจีนในอดีตประกบกันได้ด้วย?
Categories: sclc-ชีพจรจีนคอลัมน์ออนไลน์ "ชีพจรจีน" ประจำเดือนเมษายน 2569
เรื่อง ไฉนบัตรประชาชนของชาวจีนในอดีตประกบกันได้ด้วย?
โดย อาจารย์ยชน บริบูรณางกูร (อาจารย์ประจำสำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) 
ในช่วงสมัยที่ยังเป็นรัฐจารีต (Traditional States) การเดินทางข้ามเขตแดนเกิดขึ้นอย่างเสรี โดยที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบใด ๆ ผู้คนอพยพไปยังต่างดินแดนได้อย่างง่ายดาย แต่หลังจากที่สังคมกลายเป็นรัฐชาติ เกิดการปกครองที่เป็นระบบ การย้ายถิ่นฐานก็ย่อมกระทำได้ยากขึ้น ใครที่ต้องการโยกย้ายถิ่นฐานจำเป็นต้องปลอมแปลงเอกสาร หรือสวมตัวเป็นผู้อื่นแทน จึงจะสามารถย้ายไปอาศัยที่ที่ตนเองต้องการ ลักษณะนี้คล้ายกับการอพยพของกลุ่มคนจีนที่มีความเชี่ยวชาญการค้าขายในเส้นทางบก หรือชาวจีนบกในอดีต (Laksanapeeti & Kharuhabodee, 2025)
แน่นอนว่าในโลกปัจจุบันการย้ายไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะทุกคนต้องมีการยืนยันตัวตน พกบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของตนเอง หากไม่มีมันอาจทำให้คุณเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ซึ่งในไทยก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 17 ที่ระบุว่า “ผู้ถือบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป ผู้ใดไม่สามารถแสดงบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับ เมื่อเจ้าพนักงานตรวจบัตรขอตรวจ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท” (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, 2013)
แล้วทุกคนทราบหรือไม่ว่า แท้จริงแล้วบัตรประชาชนมีประวัติการใช้มาอย่างยาวนานมาก โดยเฉพาะที่ประเทศจีน
ชาวจีนมีระบบการยืนยันตัวตนมายาวนานมาก หากใครจะเดินทางออกนอกเมืองหรือเข้าพักในโรงแรมหรือโรงเตี๊ยมโดยไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน อาจถูกทางการจับกุมในข้อหาเร่ร่อนพเนจรได้ ระบบนี้มีวิวัฒนาการ และหน้าตาที่น่าสนใจกว่าที่เราคิด
บัตรประชาชนภาคข้าราชการของจีนเริ่มปรากฏขึ้นในยุควสันตสารท(春秋)และยุครณรัฐ (战国)โดยสมัยนั้นจะเรียกกันว่า “ฝูเจี๋ย” (符节) ทำหน้าที่คล้ายบัตรเจ้าหน้าที่ในสังกัดราชสำนัก หนึ่งในประเภทรู้จักกันดี คือ “หู่ฝู” (虎符)หรือตราพยัคฆ์อาญาสิทธิ์ มีลักษณะที่เป็นหุ่นรูปเสือที่สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยที่ส่วนแรกจะอยู่ที่แม่ทัพ และอีกส่วนจะอยู่ที่ฮ่องเต้ เมื่อต้องการเคลื่อนทัพต้องนำทั้งสองมาประกบกันให้สนิท และนี่ก็เป็นที่มาของคำว่า “ฝูเหอ” (符合)ในภาษาจีนที่แปลว่า สอดคล้อง หรือเข้ากันนั่นเอง ตรงกับประโยคคำสอนเรื่อง “ความรักใคร่ห่วงใยระหว่างกัน” (兼爱)ของม่อจื่อ(墨子)ที่ว่า “言必信,行必果,使言行之合,犹合符节也,无言而不行也。” (ถ้อยคำต้องน่าเชื่อถือ การกระทำต้องบรรลุผล โดยถ้อยคำกับการกระทำต้องสอดคล้องกัน ประหนึ่งตราอาญาสิทธิ์ฝูเจี๋ย(符节)ที่ต้องประกบเข้ากันได้ ทุกถ้อยคำต้องสามารถนำมาสู่การปฏิบัติได้) (Chinese Philosophical Book Electronic Project, n.d.)
ต่อมาในสมัยราชวงศ์ถัง(唐朝)จักรพรรดิถังเกาจู่(唐高祖)ได้เปลี่ยนรูปทรงจากเสือเป็นปลาแทน โดยเรียกว่า “ยวี่ฝู”(鱼符)เหตุเพราะต้องการเลี่ยงชื่อที่ตรงกับชื่อปู่ของพระองค์ “หลีหู่” (李虎)(Yu, 2021) ป้ายปลาข้างต้นทำหน้าที่เป็นทั้งบัตรพนักงานและใบผ่านทาง รวมไปถึงสิ่งที่บ่งบอกถึงระดับยศ ในยุคพระนางบูเช็กเทียนก็ได้เปลี่ยนเป็นป้ายเต่า “กุยฝู” (龟符)สำหรับข้าราชการระดับสูง ซึ่งนี้ก็คือที่มาของคำว่า “จินกุยซวี่” (金龟婿)ที่ชาวจีนใช้เรียกลูกเขยที่มีฐานะในปัจจุบัน ต่อมาช่วงสมัยราชวงศ์ซ่ง และราชวงศ์หมิง ป้ายเหล่านี้ได้พัฒนาให้สามารถแขวนเอวได้ หรือเรียกว่า “เยาไผ” (腰牌)
สำหรับกลุ่มคนทั่วไป เป็นต้นว่า ชาวบ้าน นักบวช ก็จะมีป้ายยืนยันตัวตนที่ต่างกันไป ในราชวงศ์ฉินใช้ป้ายไผ่แกะสลักที่เรียกว่า “จ้าวเซินเทีย”(照身帖)ลักษณะเหมือนเป็นการแกะสลักรูปผู้ถือบัตร ชื่อ-สกุล ภูมิลำเนา ข้อมูลจะมีความคล้ายคลึงกับบัตรประชาชนในปัจจุบัน (Buting xiaohua bu shuijiao, 2021) นอกจากนี้ยังมีบัตรสำหรับนักบวชอย่าง “ตู้เตี๋ย”(度牒)ซึ่งผู้ถือครองจะได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษี และการเกณฑ์ทหาร ถึงขนาดเคยมีรัฐบาลบางแห่งนำตู้เตี๋ยมาจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ภาครัฐอีกด้วย (Rong, 2024)
รายการอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2013). พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖. https://report.dopa.go.th/laws/document/1/22.pdf
Buting xiaohua bu shuijiao. (2021, September 25). Gudai “shenfenzheng”: Budan fen deng fen ji, hai you fangwei jishu [Ancient "Identity Cards": Not only classified into levels and grades, but also with anti-counterfeiting technology]. Sohu. https://www.sohu.com/a/491959732_121046101 (in Chinese)
Chinese Philosophical Book Electronic Project. (n.d.). Jian'ai xia [Universal love II]. Chinese Philosophical Book Electronic Project. https://ctext.org/mozi/universal-love-iii/zhs (in Chinese)
Laksanapeeti, N., & Kharuhabodee, P. (2025). Cultural Interactions and the Construction of Structural Relationships in a Multicultural Area between the Yunnan Chinese in Huai Phueng Village and The Tai Yai in Thoet Thai Village, Mae Fah Luang District, Chiang Rai Province. Connexion: Journal of Humanities and Social Sciences, 14(2), 196–221. https://so05.tci-thaijo.org/.../MFUco.../article/view/283841
Rong, G. (2024). Minnan fojiao de “yan” [The “Yan” of Buddhism in Southern Fujian]. Yingdu Xiangxun. http://www.ydxx.net/show/1182/10601.html (in Chinese)
Yu, R. Z. (2021). Quwei diangu | Tangdai yufu ji yufu zhidu [Interesting historical stories | Fish tokens and the fish token system in the Tang dynasty]. Henan Society of Fisheries. https://www.htu.edu.cn/.../2021/1210/c14002a231263/page.htm (in Chinese)
- 25