ความทันสมัยของจีนกับเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมทุเรียน: จาก “ผู้นำเข้า” สู่ผู้ผลิตและผู้ควบคุมกลไกทางการตลาด
หมวดหมู่ข่าว: sclc-ชีพจรจีนคอลัมน์ออนไลน์ "ชีพจรจีน" ประจำเดือน สิงหาคม 2569
เรื่อง ความทันสมัยของจีนกับเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมทุเรียน: จาก “ผู้นำเข้า” สู่ผู้ผลิตและผู้ควบคุมกลไกทางการตลาด
โดย อาจารย์ณัฐสรัญ ลักษณะปีติ (อาจารย์ประจำสำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง)

เมื่อเอ่ยถึง “ทุเรียน” ภาพจำที่ปรากฏในความคิดของคนไทยมักเป็นราชาผลไม้ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีส่วนสำคัญต่อการสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเกษตรกร อาจกล่าวได้ว่า บ้านใดปลูกทุเรียน อาจเรียกได้ว่า “เสี่ย”
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เป็นยุคทองของเกษตรกรที่ปลูกทุเรียน กล่าวได้ว่า คำว่า “เสี่ย” ที่เป็นกลุ่มเกษตรกรอาจไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะช่วงดังกล่าว ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ไทยส่งออกไปยังประเทศจีนที่มากที่สุด ส่งผลให้ราคาทุเรียนที่รับหน้าสวนในไทยเกิน 100 บาทต่อกิโลกรัม ข้อมูลเชิงสถิติชี้ชัดว่าในปี 2022 จีนทุบสถิติการนำเข้าทุเรียนสูงเกือบ 1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าเฉียด 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (Zhang, 2023: 27) จีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด
ทว่า อุตสาหกรรมทุเรียนในจีนปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นผู้ซื้ออีกต่อไป จีนกำลังนำความทันสมัยและเทคโนโลยีขั้นสูงมาบูรณาการในทุกมิติ เพื่อผันตนเองกลายมาเป็นผู้ผลิตและผู้ควบคุมกลไกทางการตลาด ที่รองรับความต้องการภายในประเทศ เขากำลังเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาระบบนิเวศเทคโนโลยี (Technology Ecosystem) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยสายพันธุ์ การเพาะปลูก การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งอุตสาหกรรม จะเห็นได้ว่า ช่วง 3 ปีมานี้ราคาทุเรียนที่ขายตามท้องตลาดในไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งราคาที่ลดลงนัยหนึ่งก็มาจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม และมาเลเซียเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดกับไทย อีกนัยหนึ่งก็มาจากในปี 2023 ซานย่าสามารถผลิตและส่งขายตามท้องตลาดได้ ซึ่งจากรายงานของ Zhao (2024: 60) ระบุว่า ระดับความน้ำตาลของทุเรียนซานย่าเฉลี่ยสูงกว่า 38 องศาบริกซ์ ซึ่งมากกว่าทุเรียนที่จีนนำเข้า 8-13 องศาบริกซ์
บทความนี้มุ่งนำเสนอพัฒนาการของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมทุเรียนของจีน จากประเทศที่เคยมีบทบาทในฐานะ “ผู้นำเข้า” สู่การก้าวขึ้นเป็น “ผู้ผลิตและผู้ควบคุมกลไกทางการตลาด” ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นถึงความทันสมัยด้านอุตสาหกรรมทุเรียนจีนในปัจจุบัน ตลอดจนเข้าใจถึงปัจจัยที่ผลักดันให้จีนสามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตภายในประเทศได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความก้าวหน้าที่จีนกำลังขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมทุเรียนสามารถสรุปได้ในประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
1. ระบบนิเวศการปลูกอัจฉริยะ (Smart Durian Management System) จีนได้เปลี่ยนสวนทุเรียนแบบเดิมให้กลายเป็นห้องแล็บเกษตรที่มีชีวิต โดยเฉพาะที่ฐานการผลิตซานย่า มีการนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ตรวจจับการเจริญเติบโตของต้นทุเรียนแบบเรียลไทม์ ระบบนี้ช่วยให้นักวิจัยสามารถตัดสินใจจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อควบคุมการจ่ายน้ำและปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ทุเรียนมีคุณภาพคงที่และมีความหวานสูงกว่าทุเรียนนำเข้าอย่างเห็นได้ชัด
2. วิศวกรรมป้องกันภัยพิบัติ พื้นที่เพาะปลูกทุเรียนจำเป็นต้องอยู่ในเขตร้อน ซึ่งมณฑลไห่หนานและกวางตุ้งสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดีที่สุด ทว่าข้อจำกัดสำคัญคือการต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นอย่างต่อเนื่อง จีนจึงก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ด้วยการประยุกต์ใช้ความทันสมัยทางวิศวกรรม โดยการติดตั้งโครงเหล็กเสริมความแข็งแรงรอบต้นทุเรียนที่กำลังให้ผลผลิต ผสานกับการใช้ระบบเตือนภัยสภาพอากาศล่วงหน้าที่มีความแม่นยำ เพื่อลดทอนความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสียของผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
3. การก้าวข้ามขีดจำกัดด้วย Blockchain และความโปร่งใส ความทันสมัยที่โดดเด่นอีกประการคือการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าทุเรียนทุกลูกที่ได้รับเป็นทุเรียนสุกตามธรรมชาติ ไม่มีการบ่มสุกจากแหล่งผลิตคุณภาพในไหหลำจริง
4. ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ข้ามพรมแดน ความสำเร็จในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของต้นทุเรียนจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 90 คือข้อพิสูจน์ถึงความทันสมัยในการจัดการองค์ความรู้ โดยจีนได้ผสานความเชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ของตนเอง เพื่อพัฒนาสายพันธุ์และวิธีการปลูกที่เหมาะสมกับพื้นที่อย่างแท้จริง ตลอดจนมีการพัฒนาสายพันธุ์ผ่านเทคโนโลยีการผสมพันธุ์ เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านภูมิอากาศ จีนได้นำเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์และการผสมพันธุ์ในท้องถิ่นมาใช้ (Wang, 2024: 59) นอกจากนี้ ยังได้พัฒนารูปแบบการปลูกร่วมที่ช่วยลดอุณหภูมิ และเพิ่มความชื้นให้แก่สวนทุเรียน ได้แก่ การปลูกทุเรียนร่วมกับต้นหมาก การปลูกทุเรียนร่วมกับต้นกล้วย หรือการปลูกทุเรียนร่วมกับเสาวรส ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและอัตราการเจริญเติบโตต่อปีของต้นทุเรียนอ่อนอย่างมีนัยสำคัญ
5. นวัตกรรมด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน (Logistics & Infrastructure Innovation) ความทันสมัยที่โดดเด่นที่สุดคือการใช้โครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว และทางรถไฟจีน-เวียดนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมยุคใหม่ (Belt and Road Initiative) เทคโนโลยีการขนส่งทางรางนี้ช่วยลดเวลาในการเดินทาง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และรักษาความสดของผลไม้ได้ดีกว่าการขนส่งแบบเดิม ทำให้ทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กระจายไปสู่เมืองรองในจีนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น (Zhang, 2023: 53)
6. เทคโนโลยีการถนอมอาหารและการแช่แข็ง (Preservation & Freezing Technology) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแช่แข็งส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นเฉพาะเนื้อทุเรียนแช่แข็ง ปัจจุบันเทคโนโลยีอนุญาตให้มีการนำเข้า “ทุเรียนแช่แข็งทั้งลูก” เข้าสู่ตลาดจีนได้มากขึ้น ซึ่งช่วยรักษาคุณภาพ รสชาติ และช่วยควบคุมระดับราคาไม่ให้ผันผวนจนเกินไป นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแปรรูปดังกล่าวยังช่วยให้ทุเรียนจากภูมิภาคอาเซียนสามารถวางจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี
กล่าวโดยสรุป จีนไม่ได้มองทุเรียนเป็นเพียงสินค้านำเข้าเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศอีกต่อไป แต่มองในมิติของยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารและเทคโนโลยีที่ต้องควบคุมห่วงโซ่อุปทานให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ การที่จีนผันตัวจากผู้ซื้อมาเป็นผู้ผลิตและผู้ควบคุมตลาดผ่านการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจการเกษตรของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบสิ่งแรกที่เห็นได้ชัด คือ การสิ้นสุดยุคผูกขาดและแรงกดดันด้านราคา ยุคทองที่ชาวสวนไทยสามารถตั้งราคาหน้าสวนได้สูงกำลังเผชิญกับความท้าทาย เมื่อจีนสามารถผลิตทุเรียนได้เองที่ซานย่า ผนวกกับการนำเข้าจากคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามและมาเลเซียผ่านโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ยุคใหม่ ทำให้ตลาดจีนมีทางเลือกมากขึ้น อำนาจในการต่อรอง และการกำหนดทิศทางราคาจึงตกไปอยู่ในมือของจีนแทบจะสมบูรณ์ นอกจากนี้ การแข่งขันยังได้เปลี่ยนผ่านจากสมรภูมิของภูมิปัญญาดั้งเดิมไปสู่ยุคของข้อมูลขนาดใหญ่ ในขณะที่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาสภาพภูมิอากาศ จีนกลับใช้เทคโนโลยี IoT และ AI ควบคุมคุณภาพ และระดับความหวานได้อย่างคงที่ ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนมาตรฐานความคาดหวังของผู้บริโภคชาวจีนไปอย่างนัยสำคัญ
จากปรากฏการณ์ข้างต้น มีประเด็นที่น่าชวนคิดหลายประการ ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ หากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงเกษตรกรไทยไม่เร่งปรับตัวและเปลี่ยนผ่านจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การทำเกษตรกรรมแม่นยำสูง รวมถึงเร่งพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับให้ได้มาตรฐานสากล ไทยอาจต้องสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และเสียสถานะราชาผลไม้ในตลาดจีนไปอย่างถาวรในอนาคตอันใกล้นี้
รายการอ้างอิง
สุรินทร์ เจนพิทยา. (2566, 24 กรกฎาคม). บัลลังก์ 'ทุเรียนไทย' ถูกท้าทาย 'จีน' ปลูกทุเรียนเอง 'เวียดนาม-มาเลย์' เร่งเครื่อง. กรุงเทพธุรกิจ. https://www.bangkokbiznews.com/business/1066418
Wang, Q. (2024). Hainan: Youxu kuoda liulian zhongzhi guimo [Hainan: Orderly expansion of durian planting scale]. China Fruit News, 41(4), 59. (in Chinese)
Yan, J. (2023, August
. "Zhongguo zhong bu liao liulian" mozhou bei dapo! Guochan liulian "shushangshu" xiangtian baoman bu shu jinkou? ["China cannot grow durians" curse is broken! Domestic "tree-ripened" durian sweet and plump, not inferior to imports?]. Our China Story. https://tinyurl.com/yktk9vwa. (in Chinese)
Zhang, F. (2023). 2022 nian woguo xian liulian yu lengdong liulian jinkou qingkuang jianxi [A brief analysis of the import of fresh durian and frozen durian in China in 2022]. China Fruit News, 40(6), 27-35, 53. (in Chinese)
Zhao, Y. (2024). Hainan: Shoupi guochan liulian zai Sanya shangshi [Hainan: The first batch of domestic durian listed in Sanya]. China Fruit News, 41(1), 59-60. (in Chinese)
- 7 ครั้ง